Article Index

 

วิเคราะห์บทบาททางเภสัชวิทยาของยาตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทังที่จีนใช้รับมือโควิด-19 

ประเทศจีนได้มีการใช้ยาสมุนไพรจีนในการรับมือกับโรคไวรัสปอดอักเสบสายพันธุ์ใหม่หรือ โควิด-19   โดยมีการนำยาและตำรับยาจำนวนมากมาคัดกรองเพื่อหายาที่มีประสิทธิผล  ต่อมาคณะกรรมการสาธารณสุขของจีนร่วมกับทบวงการแพทย์แผนจีนแห่งชาติได้แนะนำยาจีนตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทังในแนวทางการรักษาโรคโควิด19 แห่งชาติที่ออกติดต่อกันมาหลายฉบับโดยฉบับล่าสุดเป็นฉบับที่แปด หลี่ชุ่นโปและคณะจากมหาวิทยาลัยแพทย์จีนกานซู่ได้ทำการรวบรวมข้อมูลทางเภสัชวิทยาขององค์ประกอบในยาตำรับดังกล่าว    ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Traditional Chinese Medicine (ภาษาจีน) ฉบับเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา(*

ความเป็นมา

ธันวาคม 2562  ประเทศจีนได้เกิดโรคระบาดที่ปัจจุบันเรียกย่อว่าโควิด19

28 มกราคม 2563  คณะกรรมการสาธารณสุขจีนและทบวงการแพทย์แผนจีนแห่งชาติได้ร่วมกันออกประกาศเรื่องการบูรณาการการแพทย์แผนปัจจุบันกับแพทย์แผนจีนในการรักษาโรคโควิด19   และให้มีการวิจัยเพื่อคัดกรองตำรับยาจีนที่มีประสิทธิผลในการป้องกันรักษาโรคปอดอักเสบจากไวรัสโควิด19[1]

7 กุมภาพันธ์ 2563   คณะกรรมการสาธารณสุขร่วมกับทบวงการแพทย์แผนจีนแห่งชาติได้ออกประกาศว่าจากการติดตามผลการรักษาทางคลินิกจึงแนะนำให้มีการใช้ยาตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทังในท้องที่ต่างๆ ทั่วประเทศ[2]

ระหว่างวันที่ 2 – 17 กุมภาพันธ์   หน่วยการแพทย์ 57 แห่งใน 10 มณฑล ได้มีการใช้ยาตำรับชิงเฟ่ยผ่ายตู๋ทังรักษาผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นโควิด19 จำนวน 701 ราย  ในจำนวนนี้มีผู้ป่วย 130 รายที่ได้รับการรักษาจนหายดีและออกจาก รพ.ได้  ในขณะที่ 51 ราย อาการป่วยหายไป    268 รายอาการดีขึ้น   212 ราย อาการคงที่โรคไม่ทรุดหนักลง[3] 

ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่สังกัดไวรัสโคโรน่าแบบเบต้า   มีโครงสร้างคล้ายกับไวรัสโคโรน่าโรค SARS ถึง 79%   และอาศัย Angiotensin Converting Enzyme 2 receptor, ACE2  ในการเข้าสู่เซลล์ของร่างกายเหมือนกัน[4]   

ปอดอักเสบจากโควิด19 ติดต่อโดยทางเดินหายใจและการสัมผัส  ติดต่อระหว่างคนได้ง่าย  มีอาการสำคัญได้แก่ เป็นไข้ อ่อนเพลีย ไอแห้ง  ร่วมกับอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล เจ็บคอ  ร่วมกับอาการของทางเดินอาหาร  ในรายที่หนักจะมีอาการหายใจลำบาก   ซึ่งจะพัฒนาหนักเป็นภาวะระบบหายใจถูกกดทับ กระทั่งช็อคได้   

การตรวจทางเนื้อเยื่อวิทยาพบแต่แรกว่า  ถุงลมปอดของผู้ป่วยโควิด-19 เกิดความเสียหายโดยทั่ว  เซลล์เยื่อบุผิวหลอดลมหลุดลอกออก  ขนบุหลอดลมหลุดร่วง  เซลล์เยื่อบุเปลี่ยนเป็นแบบหลายเหลี่ยมสความัส squamous    ที่หลอดลมกับบริเวณรอบเซลล์ในปอดส่วนใหญ่มีเซลล์ฟาโกไซต์และเม็ดเลือดขาวแทรกซึมเข้าปริมาณมาก[5]      สภาพทางพยาธิวิทยาเหล่านี้ได้ใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของยาตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทัง 

องค์ประกอบของยา ยาตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทังประกอบขึ้นจากตำรับยาในคัมภีร์โบราณที่ใช้รักษาโรคจากความเย็นที่เป็นปัจจัยก่อโรคจากภายนอกจำนวน  4 ตำรับได้แก่ ตำรับเสี่ยวไฉหูทัง  ตำรับหมาซิ่งสือกานทัง  ตำรับเส้อกานหมาหวงทัง  และตำรับอู๋หลิงส่าน   (โดยมีการปรับเพิ่มและลดยาได้แก่  ลดเหรินเซิน ต้าเจ่า อู่เว่ยจือ  เพิ่มซานเย่า จื่อสื่อ เฉินผี ฮั่วเซียง) 

ยาตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทัง   ประกอบด้วยตัวยาและปริมาณที่ใช้ดังต่อไปนี้ (หน่วยน้ำหนักเป็นกรัม)
หมาหวง 9 (ต้มภายหลัง)  จื้อกานเฉ่า 6  ซิ่งเหริน 9  เซิงสือเกา 15-30  (แยกต้มก่อนยาตัวอื่น)  กุ้ยจือ 9  เจ๋อเซี่ย 9    จูหลิง 9  ไป๋จู๋ 9 ฝูหลิง 15  ไฉหู 16  หวงฉิน 6  เจียงป้านเซี่ย 9  เซิงเจียง 9 จื่อหว่าน 9  ขว่านตงฮัว 9 เส้อกาน 9  ซี่ซิน 6  ซานเย่า 12  จื่อสือ 6 เฉินผี 6 ฮั่วเซียง 9    ต้มรับประทานวันละ 1 เทียบ(**)  แบ่งทานเช้าเย็น

การวิจัยทางเภสัชวิทยาของยาตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทัง  แม้ว่ากลไกก่อโรคของไวรัสโควิด 19 ยังไม่ชัดเจน   แต่เป็นที่แน่ชัดว่าเมื่อติดเชื้อแล้วมีกระบวนการอักเสบเกิดขึ้น  ดังนั้นการต้านไวรัสกับต้านอักเสบจึงเป็นปมเงื่อนสำคัญของการรักษาโรคนี้  ยาตำรับชิงเฟ่ยไผตู๋ทัง  มีองค์ประกอบในตำรับที่มีการวิจัยมาก่อนว่ามีบทบาทดังต่อไปนี้

ยาตำรับหมาซิ่งสือกานทัง  มีสรรพคุณในการต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่  ต้านอักเสบ แก้ไอ และปรับการสนองตอบของภูมิคุ้มกัน  [อ้างอิงจาก หวงเซี่ยวเจี๋ย  เหว่ยกัง  วารสารสถาบันเภสัชศาสตร์กว่างตง  2014, 30(1):110-114][11]

ยาตำรับเส้อกานหมาหวงทัง  มีสรรพคุณ ระงับหอบ บรรเทาอาการทางเดินหายใจ [อ้างอิงจาก ซินเฟิ่ง  วารสารข่าวสารการแพทย์โลกล่าสุด  2016,16(21):154][12]

ยาตำรับอู่หลิงส่าน  มีบทบาทต้านอักเสบ [อ้างอิงจากฟ่านอี้หว่าง,วารสารมหาวิทยาลัยแพทย์จีนกว่างโจว,2012] [13]

ยาตำรับเสี่ยวไฉหูทัง มีสรรพคุณลดไข้ระงับปวดต้านอักเสบ  [อ้างอิงจากเฉินผิงอันและคณะ  วารสารเภสัชวิทยาประเทศจีน,2019,47(4);28-32 ] [14]

 

1.      บทบาทต้านอักเสบงานวิจัยของหลี่หลิงพบว่ายาตำรับหมาซิ่งสือกานมีบทบาทผ่านการเพิ่มสมรรถนะของภูมิคุ้มกัน   ปรับปรุงการแสดงออกและการขับสารไซโทคายน์(Cytokine)     ในการบรรเทาอาการอักเสบที่ปอด   ปรับปรุงปอดของหนูทดลองที่ป่วยเป็นปอดอักเสบจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ให้ดีขึ้น [หลี่หลิงและคณะ, วารสารภูมิคุ้มกันวิทยาประเทศจีน, 2018,34(8) : 1168-1173] [15]               

งานวิจัยของฟ่านหรงหรง รายงานว่าตำรับเส้อกานหมาหวง  รักษาหอบหืดของหลอดลมโดยปรับปรุงการส่งสัญญาณผ่านวิถีของการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน [อ้างอิง ฟ่านหรงหรงและคณะ,วารสารแพทย์จีนเหลียวหนิง,2019,46(10) : 2131-2137,2238] [16]   

งานวิจัยของหยางซั่วรายงานว่า  ยาตำรับเส้อกานหมาหวงผ่านการปรับ T cell CD4/CD8, Interlukine5 (IL-5)  ปรับการแสดงของ interlukine10 (IL-10)   ในการปรับปรุงสมรรถนะของเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นหืดสังกัดกลุ่มอาการเย็น [หยางซั่วและคณะ,วารสารแพทย์จีนรอบโลก, 2015,8(8) : 912-915][17]  

ยาตำรับเส้อกานหมาหวง   มีบทบาทผ่านผ่านการปรับ Interlukine 17-A, IL-17A  Tumour Necrosis Factor alpha,TNF-alfa  Interlukine-6,IL-6, เพิ่ม Interlukine-10,IL-10 ยับยั้งการจับกลุ่มของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบในหลอดลมของหนูทดลอง  จึงสามารถบรรเทาปฏิกิริยาอักเสบ [สุยโป๋เหวินและคณะ,วารสารอาการเฉียบพลันแพทย์แผนจีนประเทศจีน ฉบับ 2017, 26(4) : 581-583, 618 และฉบับ 2017,26(5) : 783-785, 822 ][18-19]   ปรับปรุงการแสดงของThymic stromal lymphopoietin,TSLP Toll-like receptor 4,TLR4   nuclear factor kappa-light-chain-enhancer of activated B cells, NF-κB  [เฉินหาวและคณะ, รายงานวิชาการมหาวิทยาลัยแพทย์จีนกว่างโจว, 2020,37(2) : 317-323,][20]

เฉินข่าย [วารสารการวิจัยตำรับยาประเทศจีน 2019,25(19) :138-146] [21] ใช้การวิเคราะห์ทาง network pharmacology พบว่ายาตำรับอู่หลิงส่านอาจผ่านการปรับปรุงเป้าหมายที่ Transforming growth factor beta 1,TGF-β1  Caspase-3    ควบคุม Tumour Necrosis Factor,TNF Interlukine-17,IL-17  nuclear factor kappa-light-chain-enhancer of activated B cells, NF-κB  ซึ่งเป็นวิถีการส่งสัญญาณ(signal pathway) ที่เกี่ยวกับการอักเสบ  จึงสามารถยับยั้งปฏิกิริยาการอักเสบ  ปรับปรุงการสนองตอบของระบบภูมิคุ้มกัน

งานวิจัยของเฉินผิงอัน [รายงานวิชาการแพทย์แผนจีน,2019,47(4) : 28-32] [14] พบว่ายาตำรับเสี่ยวไฉหูทังสามารถบรรเทาระดับความเสียหายและการอักเสบของเนื้อเยื่อปอดในหนูทดลอง   กลไกในการออกฤทธิ์อาจผ่านการระงับ Interlukine-1 beta,IL-1 beta   Interlukine-6,IL-6  Tumour Necrosis Factor alpha,TNF alfa  และขับสาร Granulocyte-colony-stimulating factor,G-CSF

จากข้างต้นจะเห็นได้ว่า  องค์ประกอบในยาตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทังมีบทบาทในการต้านการอักเสบ   เมื่อนำมาประกอบเป็นตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทังจึงต้องมีการวิจัยฤทธิ์ของยาทั้งตำรับในการต้านการอักเสบและปรับปรุงการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่อไป

 

2.      บทบาทต้านไวรัสงานวิจัยของจางซื่ออิงและคณะ[วารสารการแพทย์แผนจีนประเทศจีน 2019, 25(19) : 138-146][22]   พบว่ายาตำรับหมาซิ่งสือกานสามารถต้านไวรัสโดยผ่านการปรับปรุงระดับการหลั่งและการแสดงของโปรตีนของ Interferon alphaIFN-alfa, Interferon  beta, IFN-beta ของไวรัสไข้หวัดใหญ่

งานวิจัยของซุนเจี้ยนหมิน [วารสารแพทย์จีนเหอหนาน, 2016, 36(5) : 766-767][23] พบว่าอู่หลิงส่านมีฤทธิ์ต้าน Rotavirus โดยการปรับปรุงการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน

งานวิจัยของเฉินยาซี [วารสารโรคตับการแพทย์แผนจีนประสานแผนปัจจุบัน 2000,10(2) : 17] [24]  ทำการทดลองในเป็ดป่วยตับอักเสบแบบบี พบว่าเสี่ยวไฉหูทังมีบทบาทต้านการพิมพ์ซ้ำเพื่อเพิ่มจำนวนของไวรัสโดยตรง 

การวิจัยทาง network pharmacology จากวารสารยาสมุนไพรจีน 2020,51 (4) ; 829-835[25]  พบว่าในตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทังมีส่วนประกอบทางเคมีถึง 948 ชนิด  ส่วนประกอบเหล่านี้จะออกฤทธิ์ต่อโปรตีนเป้าหมายที่แฝงอยู่ 790 ชนิด  เป้าหมายเหล่านี้ส่งผลต่อกันและประกอบขึ้นเป็นเครือข่ายโมเลกุลหนึ่งขึ้น   และพบว่าส่วนประกอบที่เป็นสารออกฤทธิ์ในยาจีนจำนวนมากส่งผลต่อการแทรกเข้าเซลล์ร่างกายและการเพิ่มจำนวนของไวรัส    ส่งผลต่อสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบที่ทำให้อวัยวะจำนวนมากเสียหาย   ชิงเฟ่ยผายตู๋ทังอาจผ่านการปรับปรุงวิถี (pathway) ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันรวมทั้งวิถีไซโทคายน์ (cytokine pathway)  ทำให้สามารถระงับการทำงานของ cytokine  ลดปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันที่มากเกินไป  ขจัดการอักเสบ  งานวิจัยข้างต้นเป็นข้อมูลสนับสนุนบทบาทของยาตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทังในการต้านไวรัส  

บทรายงานข้างต้นเป็นการรวบรวมข้อมูลงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาขององค์ประกอบยาในตำรับชิงเฟ่ยผายตู๋ทัง เป็นพื้นฐานสำหรับการวิจัยบทบาทและกลไกการออกฤทธิ์ของยาตำรับนี้ต่อไป 

 

เรียบเรียงโดย  แพทย์จีน เภสัชกร สุทธิศักดิ์ ปวราธิสันต์  มังคละโอสถสหคลินิก

(*) Li Chun Bo, Su Wen, Liu Yong Qi etc. คณะการแพทย์พื้นฐานมหาวิทยาลัยแพทย์จีนกานซู่. Journal of Traditional Chinese Medicine, 2020, Vol 6, No 15 : 1299-1302

(**)หมายเหตุโดยผู้เรียบเรียง   ยาตำรับนี้ต่อมาทางทบวงการแพทย์แผนจีนได้ออกคำแนะนำว่า  เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพที่ต้องการจึงให้ทำการต้มเครื่องยาทั้งหมดพร้อมกัน  โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดสำหรับตัวยาที่ต้องต้มก่อนและต้มภายหลังอย่างเคร่งครัด  เข้าใจว่าการต้มยาทั้งหมดรวมกันจะทำให้ได้สารประกอบออกฤทธิ์ตัวใหม่ที่มีผลในการรักษาโรค   การนำเครื่องยาแต่ละตัวมาจัดผสมกันอย่างง่ายๆ (อย่างเช่นการใช้ยาแกรนูลเป็นตัวๆ มาชงรับประทานหรือบรรจุในแคปซูล) โดยไม่ผ่านการต้มพร้อมกันอาจทำให้ได้ยาที่ไม่มีประสิทธิผลเท่าที่ควร  การจะทำเป็นยาแกรนูลสำหรับชงรับประทานหรือทำเป็นยาสำเร็จรูปใดๆ ควรผ่านขั้นตอนในการต้มเครื่องยาทั้งหมดรวมกันก่อน

(Abstract และเอกสารอ้างอิงอยู่ในหน้าถัดไป)