Mungkala.com

พัฒนาการของการฝังเข็มในญี่ปุ่น

       การฝังเข็มในประเทศญี่ปุ่นได้มีพัฒนาการไปอย่างน่าสนใจ   ด้านหนึ่งได้สร้างเอกลักษณ์ของการฝังเข็มแบบญี่ปุ่นที่ใช้เข็มบาง แทงตื้น กระตุ้นแผ่วเบา รวมทั้งวิธีการตรวจด้วยการคลำสัมผัส ได้แก่ การคลำสัมผัสที่ท้องและการหาจุดสะท้อนพยาธิสภาพบนร่างกาย  เพื่อเลือกตำแหน่งที่ใช้ในการฝังเข็ม    ในอีกด้านหนึ่งด้วยความมีจินตนาการและการสร้างสรรค์ของคนญี่ปุ่น  จึงได้มีการพัฒนาเครื่องมือที่ช่วยอำนวยประโยชน์ให้กับการฝังเข็ม เช่น เครื่อง Ryodoraku  การสร้างวิธีการรมโกฐโดยเส้นโกฐ    รวมทั้งความสำเร็จในงานวิจัยพื้นฐานต่างๆ ที่สามารถนำมาชี้นำการใช้การฝังเข็มในทางคลินิกได้เป็นอย่างดี    มีการพัฒนางานวิจัยที่ที่มีคุณภาพเพื่อยืนยันประสิทธิผลในการรักษาของการฝังเข็ม   จึงทำให้การฝังเข็มของญี่ปุ่นได้พัฒนาขึ้นสู่ระดับสูง    ความสำเร็จในด้านต่างๆ เหล่านี้ได้ประมวลไว้ใน “แถลงการณ์โตเกียวเรื่องการฝังเข็มในประเทศญี่ปุ่น” ซึ่งประกาศเมื่อปี พ.ศ. 2554

 

                ความก้าวหน้าของการฝังเข็มในญี่ปุ่นนี้ได้ทำให้ประเทศที่เป็นต้นกำเนิดของการฝังเข็มได้แก่ประเทศจีนก็ต้องหันกลับมามอง   และได้จัดงานเสวนาเกี่ยวกับแถลงการณ์โตเกียวฯ ฉบับนี้ขึ้นเป็นการเฉพาะ   โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง  อาจารย์จากมหาวิทยาลัยนครหลวง และตัวแทนจากกรมดูแลกิจการแพทย์จีนแห่งชาติ เป็นต้น  ซึ่งได้กระตุ้นเตือนว่าวงการฝังเข็มของประเทศจีนก็ต้องทำการศึกษาและประมวลสรุปข้อดีข้ออ่อนของการฝังเข็มในประเทศของตนขึ้นมาเช่นเดียวกัน   และจะต้องกำหนดโครงการทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อพัฒนาการฝังเข็มของประเทศให้ก้าวหน้าไปอย่างเข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับในทางสากล   บทรายงานฉบับนี้ได้เรียบเรียงมาจากวงเสวนาในประเทศจีนดังกล่าว และตีพิมพ์ในวารสารจงกั๋วเจินจิว ฉบับเดือนธันวาคมที่ผ่านมา  

 

รายงานการเสวนาเกี่ยวกับแถลงการณ์โตเกียวเรื่องการฝังเข็มในประเทศญี่ปุ่น

            เมื่อวันที่  19  มิถุนายน  2554  สมาคมศาสตร์ฝังเข็มแห่งประเทศญี่ปุ่นและสมาคมฝังเข็มแผนโบราณของญี่ปุ่นได้ร่วมกันจัดการประชุมใหญ่ทางวิชาการในหัวข้อ  “ภูมิปัญญาการฝังเข็มญี่ปุ่นกับการดูแลสุขภาพทางร่างกายและจิตใจ”  ในที่ประชุมได้มีการเสวนาและรับรอง “แถลงการณ์โตเกียวเรื่องการฝังเข็มในปรเทศญี่ปุ่น”   ซึ่งต่อไปจะเรียกสั้นๆ ว่า “แถลงการณ์”   แถลงการณ์ฯ ฉบับนี้ได้เริ่มต้นร่างตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2553  แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2554  จึงมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมครั้งนี้      เมื่อผ่านการ อภิปรายร่วมกันของสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมแล้วจึงได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ

              แถลงการณ์ฯ แบ่งเป็น 5 หมวด ได้แก่ คำนำ  ภูมิหลัง  การวิเคราะห์สภาพการณ์ในปัจจุบัน  ความท้าทายในปัจจุบันและในอนาคตกับเสนอญัตติ  และคำอธิบาย รวม 5 หมวด     หมวดคำนำได้แนะนำหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดการประชุมและกระบวนการในการร่างแถลงการณ์ฯ        หมวดภูมิหลัง ได้ทำการทบทวนกระบวนการพัฒนาทางทฤษฎีและการจัดการเรียนการสอนของการฝังเข็มในญี่ปุ่น    หมวดวิเคราะห์สภาพการณ์ในปัจจุบัน ได้ทำการวิเคราะห์สภาพการณ์ในปัจจุบันกับการพัฒนาการฝังเข็มที่มีลักษณะพิเศษเฉพาะของตน    ต่อความท้าทายในอนาคตได้นำเสนอแนวทางในการปฏิบัติ        หมวดญัตติ ประกอบด้วยญัตติ 6 ประการ ที่สำคัญได้แก่ “เผยแพร่ความรู้ใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับฝังเข็มไปยังประชาชนและวงการแพทย์ทั่วโลก    ช่วงชิงให้ได้รับความเข้าใจอย่างมีเหตุผลที่ถูกต้องและได้รับการประเมินทางการแพทย์ที่เหมาะสม”    หมวดคำอธิบายที่สำคัญได้แนะนำลักษณะพิเศษของการฝังเข็มแบบญี่ปุ่น 6ประการ ที่สำคัญคือ การให้ความสำคัญกับวิธีการตรวจด้วยการคลำสัมผัส  ได้แก่ การตรวจจับชีพจรการตรวจคลำที่ท้อง และการรักษาโดยเน้นที่จุดที่เป็นการสะท้อนออกมาของโรค

          พัฒนาการของการฝังเข็มในประเทศญี่ปุ่น

        แถลงการณ์ฯ ได้กล่าวถึงประวัติการฝังเข็มในประเทศญี่ปุ่นว่าได้รับจากประเทศจีนโดยผ่านมาทางคาบสมุทรเกาหลี      ระบบความรู้ เช่น ทฤษฎียินหยาง  ทฤษฎีวัฏจักรธาตุทั้งห้า   ทฤษฎีอวัยวะภายใน(จ้างฝู่)  เส้นลมปราณ จุดฝังเข็ม สมุฏฐานโรคและหลักการรักษาล้วนมาจากคัมภีร์ในสมัยโบราณของจีน ได้แก่ คัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง        จากการนำมาใช้และพัฒนาเป็นเวลาอันยาวนานจึงได้มีการปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของประเทศญี่ปุ่นและตามความต้องการของคนญี่ปุ่น    ประกอบเข้ากับทฤษฎีทางการแพทย์แผนปัจจุบัน    จึงได้พัฒนากลายเป็นศาสตร์การฝังเข็มแบบญี่ปุ่นที่มีลักษณะเฉพาะของตนเอง      ดังคำกล่าวในแถลงการณ์ฯ ว่า  “ศาสตร์การฝังเข็มแบบญี่ปุ่นได้ผ่านการเรียนรู้จากการแพทย์แผนจีนและการแพทย์เกาหลีในยุคปัจจุบัน ร่วมกับความรู้ทางชีววิทยาแผนปัจจุบันอยู่ตลอดเวลา   จึงทำให้มีการพัฒนาไปอย่างมาก    ในขณะเดียวกันตามการปฏิบัติทางคลินิกคลินิกและงานวิจัยพื้นฐานต่างๆ ที่เจาะลึกมากขึ้น   การปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ขึ้นอยู่ตลอดเวลา   การสอนฝังเข็มระดับสูง    การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับการฝังเข็ม  เหล่านี้ได้ทำให้การฝังเข็มญี่ปุ่นยกระดับขึ้นสู่ขั้นใหม่อีกขั้นหนึ่ง

          สภาพการณ์ในปัจจุบันของการฝังเข็มในประเทศญี่ปุ่น

        1. การรักษาด้วยการฝังเข็มในปัจจุบัน

      แถลงการณ์ฯ ได้ชี้ว่าการแพทย์สาขาต่างๆ ได้ก้าวเข้าสู่ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยมีความรู้ทางชีววิทยาเป็นตัวนำ  การฝังเข็มของญี่ปุ่นก็ได้พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานที่มีการให้ความสำคัญในการตรวจวินิจฉัยและรักษาทั้งจากแง่มุมของการแพทย์แผนตะวันออกและแง่มุมการแพทย์แผนตะวันตก   มีการนำวิธีฝังเข็มไปใช้ในการรักษาอาการโรคต่างๆ อย่างกว้างขวาง    การฝังเข็มในญี่ปุ่นจึงสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองออกไปอย่างเต็มที่       ในประเทศญี่ปุ่น แพทย์ฝังเข็มมีสิทธิในการประกอบวิชาชีพเช่นเดียวกับแพทย์แผนปัจจุบันและทันตแพทย์   สามารถทำการตรวจรักษาโรคและอยู่ในระบบการรักษาและเสริมสร้างสุขภาพของประชาชน

       ในการปฏิบัติทางคลินิกของการฝังเข็มในญี่ปุ่น  แพทย์ฝังเข็มชาวญี่ปุ่นจะใช้วิธีการกระตุ้นแบบแผ่วเบา  โดยใช้เข็มบาง ใช้การแทงตื้นหรือไม่แทงผ่านผิวหนัง     ด้วยเทคนิคแบบไมโครเช่นนี้จึงสามารถบรรเทาความหวาดวิตกต่อเข็มจึงเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่น    เทคนิคการรักษาเช่นนี้ในทางสากลก็กำลังมีการวิจัยและประเมินผลมากขึ้นเรื่อยๆ    นอกจากนั้นในการวินิจฉัยโรคแพทย์ฝังเข็มญี่ปุ่นจะเน้นที่การตรวจด้วยวิธีคลำสัมผัส  โดยคลำหาจุดที่มีการสะท้อนออกมามากที่สุดและใช้จุดนั้นในการฝังเข็ม       นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับความแตกต่างทางธาตุร่างกายเพื่อให้การรักษาตามลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล  

        การฝังเข็มไม่ต้องการอุปกรณ์มากและไม่ต้องการสถานที่เฉพาะ  สามารถทำได้แม้ในที่ที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่พร้อม  ดังเมื่อเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2554   การฝังเข็มก็ได้มีบทบาทในการรักษาและดูแลสุขภาพให้กับผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่    นอกจากนั้นยังพบว่าแม้เทคนิคการรักษาทางการแพทย์จะพัฒนาในระดับสูงจนถึงปัจจุบัน     อีกทั้งความรู้ทางชีววิทยาปัจจุบันก็เป็นที่รู้กันโดยทั่วไป   แต่ในหมู่ประชาชนยังต้องการวิธีการรักษาที่อยู่คู่กับยุคสมัยและใกล้ชิดกับความเป็นมนุษย์    ซึ่งการ ฝังเข็มที่ได้สืบทอดมาเป็นเวลายาวนานสามารถรับหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี

          2. งานวิจัยเกี่ยวกับการฝังเข็มในปัจจุบัน

      แถลงการณ์ฯ ได้กล่าวถึงงานการวิจัยค้นคว้าการฝังเข็มญี่ปุ่นได้มีมากขึ้นเรื่อยๆ มีรายงานเพิ่มขึ้นทั้งทางปริมาณและคุณภาพ  และได้ขยายไปยังปริมณฑลใหม่ๆ สู่การเรียนการสอน  การศึกษาคัมภีร์โบราณ  การศึกษาทางสูตินรีเวช  โรคในผู้สูงอายุ และโรคเนื้องอก เป็นต้น       การวิจัยกลไกการรักษาโรคด้วยการฝังเข็มมีความก้าวหน้าในระดับที่แน่นอน   แต่ผลการวิจัยยังต้องนำเสนอออกไปแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับทางสากลเพื่อการยอมรับต่อไป    เมื่อเร็วๆ นี้ทางยุโรปและอเมริกาได้ทำการวิจัยทางคลินิกในขอบเขตที่กว้างขวางและมีการปฏิเสธรายงานประสิทธิผลการรักษาเฉพาะราย    แต่ทางญี่ปุ่นเห็นว่าศาสตร์การฝังเข็มต่างกับศาสตร์ทางชีววิทยาที่อาศัยความรู้ว่าด้วยสาเหตุของโรคเป็นพื้นฐาน    ปัจจัยที่ส่งผลต่อของการรักษาก็มีความสลับซับซ้อน  หากจะใช้ระเบียบวิธีการวิจัยตามปัจจุบันจะค้นพบประสิทธิผลของการฝังเข็มที่มีลักษณะเฉพาะได้ยาก จึงควรหาวิธีการวิจัยที่สามารถสะท้อนลักษณะพิเศษของการฝังเข็มขึ้นมา        นอกจากนั้นในแถลงการณ์ยังได้กล่าวถึงความสำคัญในการตรวจด้วยวิธีคลำสัมผัสซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการฝังเข็มญี่ปุ่น    และเห็นว่าจะต้องเร่งให้มีผลงานวิจัยการฝังเข็มทางคลินิกที่มีคุณภาพให้มากยิ่งขึ้น

 

          ลักษณะสำคัญของการฝังเข็มญี่ปุ่น

       แถลงการณ์ได้กล่าวว่าการฝังเข็มแบบญี่ปุ่นได้พัฒนาขึ้นจากโจทย์ร่างกายมนุษย์ที่สลับซับซ้อน  ได้มีการประสานทฤษฎีต่างๆ หลายทฤษฎี และประสานวิธีการรักษาหลายประการเข้าด้วยกัน  ประกอบกับลักษณะของคนญี่ปุ่นที่มีแนวความคิดสร้างสรรค์และมีความกระตือรือร้นในการนำความรู้ทางตะวันออกและตะวันตกเข้าประสานกัน  จึงเกิดเป็นลักษณะพิเศษของการฝังเข็มญี่ปุ่น ดังต่อไปนี้  

              ประการแรก   ให้ความสำคัญกับการ “คลำสัมผัส-触诊”  กล่าวคือในการตรวจวินิจฉัยจะเน้นที่การคลำสัมผัส ได้แก่การจับชีพจรและคลำสัมผัสท้อง วิธีการจับชีพจรที่ได้สร้างขึ้นใหม่ เรียกว่าการจับชีพจรที่ตำแหน่งทั้งหก(六部定位脉诊独创的六部定位脉诊) ซึ่งทำให้เกิดการพัฒนาของวิธีการรักษาตามเส้นลมปราณ   มีวิธีการตรวจรักษาที่พัฒนาขึ้นนอกเหนือจากตำราน่านจิงบทสือลิ่วน่าน  ได้แก่เทคนิคการตรวจคลำสัมผัสที่ท้องซึ่งได้มีการพัฒนาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นตามลำดับ      ในด้านการรักษาได้เน้นหนักที่การตรวจที่ผิวหนังเพื่อหาจุดสะท้อนออกของพยาธิสภาพภายใน   เน้นการตรวจหาตำแหน่งที่มีการกดเจ็บ ก้อน ฯลฯ ที่ผิวหนังหรือใต้ผิว  และเลือกใช้ตำแหน่งเหล่านั้นในการฝังเข็ม

          ประการที่สอง   การนำแนวคิดทฤษฎีชีววิทยาทางการแพทย์มาใช้ในการพัฒนาการรักษาและเครื่องมือการตรวจวินิจฉัยด้วยการฝังเข็ม  
  ตัวอย่างเช่น การประดิษฐ์อุปกรณ์ที่เรียกว่า 良导络 良导络(Ryodoraku) เพื่อใช้ในการตรวจหาและวินิจฉัยจุดสะท้อนภายนอกของพยาธิสภาพภายในร่างกาย  และตรวจหาเส้นลมปราณ    นอกจากนั้นงานวิจัยพื้นฐานของประเทศญี่ปุ่นก็มีความก้าวหน้ามากและใช้มาเป็นแนวทางให้กับการปฏิบัติทางคลินิกได้เป็นอย่างดี   ตัวอย่างเช่น มีการนำความรู้จากงานวิจัยพื้นฐานมาพัฒนาวิธีการแทงเข็มเฉพาะที่โดยสลับข้างกันมารักษาโรคระบบการเคลื่อนไหวของร่างกาย   ซึ่งเป็นโรคที่พบมากที่สุดในคลินิกฝังเข็มปรากฏว่าได้รับประสิทธิผลที่ดีมากและเป็นที่พอใจของผู้ป่วย    

                                  (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

          ประการที่สาม   การฝังเข็มแบบแผ่วเบา   ในญี่ปุ่นได้นำเสนอวิธีการฝังเข็มด้วยการกระตุ้นเบาและอ่อนโยนเพื่อลดความหวาดกลัวของผู้ป่วย   ดังนั้นการใช้เข็มหลอด  เข็มบาง การแทงเข็มตื้น  เข็มแปะกับผิวหนัง  เข็มเด็ก  เข็มผิวหนัง  เข็มเลเซอร์  เข็มไฟฟ้า เป็นต้น จึงแพร่หลายมากในประเทศญี่ปุ่น

          ประการที่สี่   การประสานความรู้ทางทฤษฎีและวิธีการรักษาหลายๆ อย่างประกอบเข้าด้วยกัน  จากลักษณะของคนญี่ปุ่นที่เป็นคนมีแนวคิดสร้างสรรค์   อาจารย์ฝังเข็มชาวญี่ปุ่นได้มีการนำความรู้ทางสรีรวิทยาการแพทย์แผนปัจจุบัน     ประสานเข้ากับวิธีการตรวจวินิจฉัยแบบเดิมจากคัมภีร์ซู่เวิ่นและหลิงซู   มีการนำวิธีการฝังเข็มประสานเข้ากับแนวความคิดทางปรัชญา   นอกจากนั้นยังมีนำวิธีการรักษาด้วยการอบความร้อน  การรักษาด้วยวิธีการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า การนวด  การจัดกระดูก  การรักษาข้อต่อเคลื่อนด้วยวิธีของยูโด  มาใช้ร่วมกับการรักษาทางสรีรวิทยาการแพทย์แผนปัจจุบัน 

               ประการที่ห้า ความนิยมการรักษาด้วยการรมโกฐแบบญี่ปุ่น      การรมโดยตรงโดยเส้นโกฐ (透热灸-tonetsukyu) กล่าวได้ว่าเป็นวิธีที่เกิดขึ้นญี่ปุ่นเป็นแห่งแรกและแห่งเดียว  วิธีนี้พัฒนาขึ้นจากเทคนิคที่มีความละเอียดปราณีต   สามารถประดิษฐ์โกฐที่เผาไหม้ในอุณหภูมิต่ำ

                ประการที่หก   การให้ความสำคัญกับการรักษาตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค   ในประเทศญี่ปุ่นการฝังเข็มและรมยาไม่เพียงแต่ใช้เพื่อการรักษาโรคเท่านั้น    หากแต่จะพบว่าในทุกคลินิกฝังเข็มจะมีการผู้ที่ยังไม่ทันป่วยหรือคนปกติที่เข้ามาขอรับการฝังเข็มรมยาเพื่อปรับปรุงหรือเสริมสุขภาพกันเป็นจำนวนมาก  เช่น การรมโกฐที่จุดจู๋ซันหลี่ 

      แถลงการณ์ได้กล่าวว่า    ในหลายปีมานี้หน่วยงานรัฐบาลที่รับผิดชอบดูแลทางด้านสาธารณสุขได้เริ่มให้ความสนใจลักษณะพิเศษของการฝังเข็มรมยาที่มีการประสานวิธีการต่างๆ อย่างหลากหลาย   และการประสานระหว่างศาสตร์ด้านการฝังเข็มและชีววิทยาการแพทย์แผนปัจจุบันที่เพิ่มขึ้นทุกวัน      ปรากฏการณ์เหล่านี้อย่างน้อยก็เป็นพื้นฐานให้กับการยอมรับการฝังเข็มในวงการแพทย์ต่อไป