งานวิจัยยาจีนที่ใช้ในการรักษาภาวะโลหิตจาง

ยาจีนที่มีสรรพคุณบำรุงเลือดนั้นมีอยู่หลายชนิด  แพทย์จีนได้นำมาจัดขึ้นเป็นตำรับที่ใช้ในการรักษาโลหิตจางต่างๆ   ซึ่งมีประสิทธิผลในการรักษาและมีผลข้างเคียงน้อย    จึงได้มีการศึกษาว่าในรอบ 30 ปีที่ผ่านมาได้มีการใช้ตำรับยาใด และตัวยาใดมากที่สุดในการบำรุงเลือด    โดยหนานหยางและคณะจากแผนกโลหิตวิทยาแพทย์แผนจีนโรงพยาบาลกองทัพที่ 210  แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน   ได้ทำการวิจัยตำรับยา ที่ใช้ในการรักษาโลหิตจางชนิด Aplastic anemia  ที่มีค่าเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวและเกร็ดเลือดต่ำ  ประมวลได้ดังต่อไปนี้ 

 ข้อมูลในการศึกษาได้จากการขุดค้นข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ที่เป็นงานวิจัยเกี่ยวกับการรักษาโรค Aplastic anemia ระหว่างปี พ.ศ. 2522-2552 รวม 30 ปี จากงานวิจัยที่เข้าเกณฑ์มาตรฐานจำนวน 311 ชิ้น  พบว่ามีการใช้ยารักษาภาวะโลหิตจางดังกล่าวรวม  677 ตำรับ  และมีตัวยาที่ใช้รวม 254 ชนิด  

ตัวยา 254 ชนิดนี้ที่มีการใช้มากที่สุด 5 กลุ่มแรก ได้แก่ ยาบำรุง 69 ชนิด  ยาดับร้อน 42 ชนิด ยากระตุ้นเลือดสลายเลือดคั่ง 20 ชนิด  ยาห้ามเลือด 16 ชนิด  ยาแก้กลุ่มอาการภายนอก 16 ชนิด

ตัวยาที่มีการใช้มากที่สุดได้แก่ หวงฉีและตังกุย  โดยพบใน 379 ตำรับ และ 376 ตำรับตามลำดับ รองลงไปได้แก่ โก่วฉีจื่อ 268 ตำรับ เซิงตี้หวง 148 ตำรับ     ทู่ซือจื่อ 197 ตำรับ   จีเซ่วเถิง 167 ตำรับ

จากข้างต้น หวงฉีและตังกุยพบมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 60   ยาทั้งสองชนิดนี้จึงเป็นยาหลักที่ใช้เป็นยาพื้นฐานในการรักษาภาวะโลหิตจาง Aplastic anemia

เมื่อศึกษาในตำรับยาที่จัดขึ้นตามสรรพคุณพบว่า

ตำรับบำรุงชี่และบำรุงเลือด   มียา หวงฉี ตังกุย ไป๋จู๋และกานเฉ่า อยู่ในตำรับถึงร้อยละ 50   จัดเป็นกลุ่มยาที่เป็นแกนของตำรับนี้

ตำรับบำรุงไตเสริมสารจิง บำรุงชี่และบำรุงเลือด   พบว่ามียา หวงฉี ตังกุย โก่วฉีจื่อ สูตี้ ทู่ซือจื่อ และปู่กู๋จื่อเป็นองค์ประกอบอยู่ในตำรับถึงร้อยละ 50  ยากลุ่มนี้จึงเป็นแกนของตำรับยานี้

ตำรับบำรุงไตเสริมพลังหยาง   มียาหวงฉี ตังกุย โก่วฉีจื่อ สูตี้ ทู่ซือจื่อ ปู่กู๋จื่อและยินหยางโห้เป็นองค์ประกอบอยู่ในตำรับร้อยละ 30.9   ยากลุ่มนี้จึงเป็นแกนของตำรับยานี้

ตำรับยาหล่อเลี้ยงยินบำรุงไต  มียาหวงฉี ตังกุย โก่วฉีจื่อ สูตี้ เหอโส่วอู หนี่ว์เจินจื่อ เซิงตี้หวง เออเจียวและทู่ซื่อจื่อเป็นองค์ประกอบในตำรับยาร้อยละ 27   จัดเป็นกลุ่มยาที่เป็นแกนของตำรับยานี้

ตำรับยาจีนแต่ละตำรับนั้นจะประกอบด้วยยาหลายชนิดซึ่งสังกัดกลุ่มยาหลายหลุ่ม   ดังพบว่าตำรับยาที่ประกอบด้วยยา 12 ชนิดมีจำนวนมากที่สุด  82 ตำรับ รองลงไปได้แก่ตำรับยาที่มียา 10 ชนิด (80 ตำรับ) 11 ชนิด (51 ตำรับ)  และ 13 ชนิด (50 ตำรับ)

และเมื่อศึกษาให้ลึกลงไปพบว่าในการจัดตำรับต่างๆ นั้นมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้

ตำรับ1 เป็นตำรับยาที่มีสรรพคุณบำรุงชี่และบำรุงเลือด  ประกอบด้วยยาบำรุงชี่ + ยาบำรุงเลือด + ยาปรับการไหลเวียนของชี่ + ยากล่อมจิตใจ + ยาแก้กลุ่มอาการภายนอก   ตำรับที่มีสรรพคุณนี้ประกอบด้วยยาทั้ง 5 กลุ่มนี้ถึงร้อยละ 89   โดยมียากลุ่มบำรุงชี่และบำรุงเลือดเป็นหลักร้อยละ 31   ตำรับนี้จึงมียาบำรุงชี่บำรุงเลือดเป็นหลัก

ตำรับ 2 เป็นตำรับที่มีสรรพคุณบำรุงไตเสริมหยาง   ประกอบด้วยยาบำรุงหยาง + ยาอบอุ่นภายใน + ยาบำรุงชี่ + ยาสมานและดึงเก็บ  ตำรับที่มีสรรพคุณนี้ประกอบด้วยยา 4 กลุ่มดังกล่าวร้อยละ 93   โดยมียาบำรุงยาหยางร้อยละ 41  และยาอบอุ่นภายในร้อยละ 33   ตำรับนี้จึงมียาบำรุงไตเสริมหยางเป็นหลัก

ตำรับ 3 เป็นตำรับที่มีสรรพคุณดับร้อนถอนพิษ ทำให้เลือดเย็นเพื่อห้ามเลือด   ประกอบด้วยยาดับร้อน + ยาห้ามเลือด + ยาขับระบาย + ยาทำให้ลมตับสงบ + ยาขับน้ำระบายความชื้น + ยาแก้กลุ่มอาการภายนอก  ตำรับที่มีสรรพคุณนี้ประกอบด้วยยาทั้ง 6 กลุ่มดังกล่าวมีถึงร้อยละ 84   โดยเป็นยาห้ามเลือดร้อยละ 25   ยาขับระบายและยาทำให้ลมตับสงบร้อยละ 25 และร้อยละ 7 ตามลำดับ  โดยในสองกลุ่มหลังนี้ตัวยาที่ใช้มากที่สุดได้แก่ ต้าหวงและหลิงหยางเจี่ยว  ซึ่งมีฤทธิ์ดับและระบายความร้อน  ทำให้เลือดเย็นถอนพิษ    ตำรับนี้จึงมียาดังร้อนถอนพิษทำให้เลือดเย็นเพื่อห้ามเลือดเป็นหลัก

ตำรับ 4  เป็นตำรับที่มีสรรพคุณเสริมม้ามแก้ไม่สบายท้อง   ประกอบด้วยยาขับน้ำขับชื้น + ยาสลายความชื้น + ยาสมานและดึงเก็บ + ยาทำให้ลมตับสงบ + ยาสลายเสมหะแก้ไอระงับหอบ + ยาช่วยย่อย + ยาแก้กลุ่มอาการภายนอก   ตำรับที่มีสรรพคุณนี้ประกอบด้วยยาทั้ง 7 กลุ่มดังกล่าวร้อยละ 93   โดยมียากลุ่มขับน้ำขับชื้น ยากลุ่มสลายชื้น ยากลุ่มสลายเสมหะแก้ไอและยาช่วยย่อยร้อยละ 52   ทั้งนี้ตัวยาที่ใช้เป็นอันดับต้นๆ ในกลุ่มล้วนแต่มีฤทธิ์เสริมม้ามและแก้ไม่สบายท้อง

ตำรับ 5  เป็นตำรับหล่อเลี้ยงยินบำรุงไต  ประกอบด้วยยาบำรุงเลือด + ยาบำรุงยิน + ยาสมานและดึงเก็บ + ยาบำรุงชี่ + ยากระตุ้นเลือดสลายเลือดคั่ง   ตำรับที่มีสรรพคุณนี้ประกอบด้วยยา 5 กลุ่มดังกล่าวร้อยละ 94  โดยเป็นยาบำรุงเลือดและบำรุงยินร้อยละ 59   ตำรับนี้จึงมียาหล่อเลี้ยงยินบำรุงไตเป็นหลัก

ตำรับ 6  ตำรับกระตุ้นเลือดบำรุงเลือด  ประกอบด้วยยากระตุ้นเลือดสลายเลือดคั่ง + ยาห้ามเลือด + ยาบำรุงเลือด + ยาขับระบาย + ยาช่วยย่อย + ยาสลายชื้น   โดยตำรับที่มีสรรพคุณนี้ประกอบด้วยยา 6 กลุ่มดังกล่าวร้อยละ 94   โดยมียา กลุ่มกระตุ้นเลือดสาลายเลือดคั่ง ยาห้ามเลือด ยาบำรุงเลือด ร้อยละ 71   และตัวยาที่เลือกใช้มากที่สุดในทั้งสามกลุ่มก็ล้วนแต่เป็นยาที่มีฤทธ์บำรุงเลือดและกระตุ้นเลือด    ตำรับนี้จึงมียากระตุ้นเลือดบำรุงเลือดเป็นหลัก

ข้อคิดเห็น

โรคโลหิตจางทางศาสตร์การแพทย์แผนจีนเห็นว่าเป็นโรคที่มีการแสดงออกเป็นภาวะชี่และเลือดพร่อง  โดยมีภาวะไตพร่องเป็นพื้นฐาน    ซึ่งใกล้เคียงกับความเข้าใจในศาสตร์การแพทย์ในปัจจุบัน

ตั้งแต่สมัยอาจารย์หลี่ตงหยวน (มีชีวิตอยู่ในสมัยจินหยวน พ.ศ.1723-1794) ได้มีการตั้งตำรับยาชื่อตังกุยปู่เซ่วทางในการรักษาภาวะชี่และเลือดพร่อง    โดยตำรับนี้มีตัวยาเพียงสองชนิดได้แก่ หวงฉีและตังกุย ในอัตราส่วน 5:1 

จากงานวิจัยชิ้นนี้ได้แสดงให้เห็นว่าในบรรดายาที่ใช้รักษาโลหิตจางนั้นมีการใช้หวงฉีและตังกุยร่วมกันถึงร้อยละ 60 จากบรรดาตำรับที่มีการใช้ทั้งหมด   แสดงให้เห็นว่ายาทั้งสองชนิดนี้เป็นยาที่มีสรรพคุณในการรักษาชี่และเลือดพร่องตามที่อาจารย์หลี่ตงหยวนได้ตั้งสูตรนี้ไว้

ขณะเดียวกันโลหิตจางนี้มีภาวะไตพร่องเป็นพื้นฐาน  ดังนั้นในตำรับจึงมีการจัดยาบำรุงไตประกอบ  ซึ่งตามการวินิจฉัยจำแนกภาวะโรคของจีน  จัดได้เป็น ยาบำรุงไตเพิ่มสารจิง   ยาบำรุงไตเสริมหยาง   ยาหล่อเลี้ยงยินบำรุงไต  เพื่อรักษาภาวะไตพร่อง  ภาวะหยางของไตพร่อง ภาวะยินของไตพร่องหรือภาวะยินและหยางของไตพร่อง 

ส่วนยากลุ่มอื่นๆ ที่ประกอบเข้าในตำรับ  อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมฤทธิ์ของยาหลักและยารองข้างต้น  หรือเพื่อช่วยรักษาอาการแทรกอื่นๆ   แต่ตัวยาที่เลือกใช้ก็จะเลือกตัวยาที่มีสรรพคุณบำรุงเลือดอยู่ด้วยเป็นสำคัญ

สรุปจึงได้กฏเกณฑ์ทั่วไปในการจัดตำรับยารักษาภาวะโลหิตจางดังนี้

ยาบำรุงชี่และเลือด + ยาบำรุงไต  + ยาอื่นๆ ตามอาการแทรกซ้อน (เลือกใช้ที่มีสรรพคุณบำรุงเลือดอยู่ด้วย)