Mungkala.com

Français.

La clinique MUNGKALA

Le nom de Mungkala vient de notre grand-père, Monsieur Mungkala Pawaradhisan.  Monsieur Mungkala s’est marié avec « maman Moo », fille de Praya Jorn Panomkhet. À cette époque, elle travaillait pour le prince de Chiangmai. Elle était en charge de l'administration des forêts dans la région de Mae Sariang à Mae Hong Son d'une part, s’occupait des convois de marchandises ou de personnes tout au long de la route reliant Chiangmai à Malamaeng, sur la côte birmane en passant par Tak, Mae Sot.

La « maman Moo » Pawaradhisan fut notre premier professeur de médecine traditionnelle. Ces remèdes les plus fameux étaient des pilules pour soulager les maux d'estomac et stopper la diarrhée (Ya Gae) et des pilules pour diminuer la chaleur intérieure (Ya Khang). Ses méthodes pour réaliser les formules de dosage des pilules sont encore utilisées de nos jours par notre clinique.

Nous sommes maintenant la troisième génération de cette clinique familiale, avec trois praticiens.

Mungkala herbal medicine family

 

Mungkala ‘s name comes from our grandfather Mr.Mungkala Pawaradhisan.  Mr.Mungkala married Mae Moo (Mother Moo) daughter of Praya Jorn Panomkhet who worked in the area of Mae-sarieng and the route  from Chiangmai through Maesod to Malamaeng in Myanmar. At that time the working in that area faced many serious diseases. The bag with herbal medicines that used by our grand father and his medicine book are keep in our clinic until now. 

 

Mother Moo was the first traditional medicine teacher for us. Her famous formulas are pills to relieve stomach pain and stop diarrhea (Ya Gae) and pills for clear internal heat (Ya Khang). Her skills in preparing pill dosage formulas has been used in our clinic.We are now the third generation of the family clinic with three practitioner.

 

   

     

 

 

Tcm Dr. Rungrat Pawaradhisan        Tcm Dr. Sudhisak  Pawaradhisan          Tcm Dr.  Rungthip Ratiyapornpun

 

  

                               Cultivate Fourth generation                                     Inherited herbal bag  

 

 

 

 

 

 

 

泰国清迈中医诊所

 曼加拉中医诊所位于泰国北部,泰国第二大城市;著名的历史文化名城;全球知名旅游城市 <<清迈>>.  清迈是泰国兰纳王国首都,迄今有700 多年的历史. 传承了悠久的历史文化及传统医药精华。  

泰国北部丰富的草药资源,有很多种已经在中医中药方面得到广泛的应用。

在历史的进程中,清迈的历史文化及传统医药接触并融合了各家各派的精髓, 包括传统医学的各方面, 这里远古的兰纳医, 印度医, 缅甸医以及中医在当地得到了历史的传承。已经成为当地人民身体健康,生活幸福的天然保障。 

Mungkala中医诊所以继承并挖掘了传统医学和中国医学的宝典,与现代医药和医疗科技的结合。为广大民众身体健康,生活幸福而服务。使传统医药发扬光大。

ประวัติมังคละโอสถ

 

มังคละตรงกับคำว่ามงคล   คำว่า “มังคละโอสถ” จึงหมายถึงยาอันเป็นมงคล  นำความเจริญมาสู่และป้องกันไม่ให้สิ่งที่เลวร้ายมากล้ำกราย    ทางสถานพยาบาลมังคละโอสถได้ใช้ชื่อนี้สืบต่อมา   เพราะโรคภัยต่างๆ ก็เหมือนกับเพทุภัยที่เข้าแทรกทำให้ร่างกายเกิดความเจ็บป่วยขึ้น    การใช้ยาก็เพื่อรักษาโรคขับพิษภัยต่างๆ ให้ออกจากร่างกายไปและเพื่อป้องกันโรคโดยการสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงไม่ให้พิษภัยต่างๆ เข้ามากล้ำกรายได้ง่ายๆ     อีกทั้งยังหมายถึงคุณประโยชน์จากยาสมุนไพรที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่ายาที่สังเคราะห์จากเคมีซึ่งอาจเป็นภัยต่อร่างกายได้

 

 

สถานพยาบาลมังคละตั้งชื่อขึ้นตามชื่อของปู่มังคละ ปวราธิสันต์ บุตรของแสน ไชยพละแห่งบ้านฮ่อม (ถนนท่าแพ) ซึ่งได้สมรสกับแม่หมูธิดาของพญาจรพนมเขตต์แห่งย่านวัดผ้าขาวซึ่งเป็นที่ตั้งของคลินิกมังคละโอสถในปัจจุบัน    จากรูปภาพเป็นรูปของปู่มังคละกับย่าหมูในวัยยังไม่ถึง 20 ปี  หลังจากแต่งงานแล้วในวันหยุดสุดสัปดาห์มักจะขี่รถถีบมาจากบ้านที่บริเวณบ้านฮ่อมติดกับถนนท่าแพปัจจุบัน   มายังที่ตั้งของร้านมังคละซึ่งสมัยนั้นเรียกว่า "ไปบ้านสวน"

 

พญาจรพนมเขตต์เป็นข้าราชการของเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ที่รับผิดชอบการดูแลเรื่องป่าไม้ในเขตตะวันตกเฉียงใต้ของเชียงใหม่และขุนยวมแม่ฮ่องสอน   อีกทั้งดูแลขบวนคาราวานช้างสำหรับการติดต่อค้าขาย  และขนส่งผู้คนระหว่างเชียงใหม่กับเมืองมะละแหม่งในเขตประเทศเมียนมาร์ และยังพบในบันทึกว่ามีชื่อเป็นผู้รับผิดชอบท้องทีแห่งหนึ่งในคณะที่คอยต้อนรับและส่งเสด็จเจ้าดารารัศมีระหว่างทางจากกรุงเทพกลับสู่นครเชียงใหม่    ที่คลินิกปัจจุบันยังได้เก็บรักษาภาพโบราณที่มีลายมือของเจ้าดารารัศมีไว้

 

การทำงานในป่าและการเดินทางไกลจึงทำให้คนในสมัยก่อนต้องเตรียมยาไว้ในถุงผ้าที่เรียกว่า “ล่วมยา” เป็นยาเตรียมเพื่อใช้รักษาโรคภัยระหว่างการเดินทาง   ดังเช่นในล่วมยาของพญาจรฯ ยังมีรากไม้และนอแรดที่เห็นได้ว่าผ่านการฝนเป็นยามาแล้ว      ในสมัยที่พวกเรายังเด็ก   ได้เคยเห็นและเคยช่วยย่าหมูฝนยาบนถาดหินกลมที่มีร่องอยู่รอบๆ   การฝนจะต้องเทน้ำลงไปพอเหมาะให้ยาสามารถละลายออกมาแต่ไม่เยิ้มเกินไปจนยาเจือจางมากและไหลไปที่ร่องรอบถาด  เมื่อได้พอสมควรก็จะเทออกโดยมีปากสำหรับเทอยู่ด้านหนึ่ง

 

ย่าหมูน่าจะได้รับการสืบทอดความรู้เรื่องยามาจากบิดาอยู่ไม่น้อย   เพราะในยุคของคุณย่าพวกเราสมัยเด็กจะเคยเห็นคนใช้ที่แข็งแรงเป็นผู้ตำยาให้ละเอียด   ก่อนนำมาร่อนผ่านตะแกรงได้เป็นผงละเอียด   แล้วก็มีการต้มมหาหิงคุ์ซึ่งเราจำกลิ่นติดจมูกติดมือกันได้ทุกคน   เพราะเมื่อเคี่ยวมหาหิงคุ์เสร็จแล้ว  ย่าหมูก็จะเป็นผู้ใช้ทัพพีไม้ตักมหาหิงคุ์ขณะร้อนราดเป็นวงๆ ลงบนผงยาในกะละมัง    ปากของย่าจะขมุบขมิบเข้าใจว่าคงจะบริกรรมคาถาตามไปด้วย   จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของพวกเด็กๆ ที่ต้องผลัดเปลี่ยนเข้าไปขยำก้อนยาแล้วปั้นให้เป็นก้อน   เทคนิคที่สำคัญคือจะต้องปั้นเป็นก้อนใหญ่ๆให้ได้โดยยาไม่ติดมือ   ด้วยเหตุนี้กลิ่นและรสของมหาหิงคุ์จึงติดมือและฉุนติดจมูกไปหลายวัน  จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ลืมกลิ่นของมหาหิงคุ์นั้น 

 

จากนั้นหน้าที่ของพวกเด็กๆ ก็จะต้องผลัดเปลี่ยนกันเข้าไปใช้ปั๊มยามือกดลงไปที่ก้อนยา  ซึ่งต้องออกแรงกดดันไปให้ถึงพื้นกะละมังเพื่ออัดยาให้แน่นกับช่องกระสุนของยาและถูให้หน้าตัดเรียบ  เทคนิคใครดีไม่ดี จะใช้แรงมากหรือน้อยก็อยู่ที่ตรงนี้   เพราะถ้าปั้นก้อนยาใช้น้ำมากไปแม้จะทำให้ออกแรงไม่มากแต่เม็ดยาก็จะเละ  แต่หากน้ำน้อยเกินไปก็จะแข็งและต้องออกแรงและบีบออกยากเป็นเงาตามตัว   เครื่องปั๊มยาด้วยมือจะผลิตยาได้ทีละ 10 เม็ด ต้องวางแนวเป็นวงกลมให้ดีไม่ให้ทับซ้อนกันหรือกดถูกยาที่บีบออกมาก่อนทำให้เสียรูปทรงไป  เวลานั้นหลายคนทำไปขมขื่นไป  เพราะอยากไปวิ่งเล่นมากกว่าทำยา   แต่สิ่งเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นเทคนิคที่ติดตัวมาให้กับการทำยาลูกกลอนของเราจนถึงทุกวันนี้

 

ยาตำรับที่มีชื่อของย่าหมูได้แก่ “ยาแก้” กับ “ยาขาง”  ยาแก้คือยาที่เข้ามหาหิงคุ์เป็นยาแก้ปวดท้องท้องเสีย   หากมาเทียบกับยาจีนในปัจจุบันจัดเป็นยาร้อนทำให้กระเพาะอุ่นแก้อาการปวดท้องท้องเสียแบบเย็นได้ดีนักแล    ส่วนยาขางคือยาแก้ร้อนในปากเป็นแผล    เป็นยาที่มีรสฝาดไปถึงหวานจึงเป็นยาที่เด็กๆ ชอบแอบขโมยกินกันเพราะได้รสหวานเหมือนขนม  แต่ยาขางปีหลังๆ ย่าหมูไม่ค่อยได้ทำ   ได้ยินว่าเพราะไม่มีใครเก็บยาสดที่ต้องบีบเอาน้ำมาใช้เข้ายาให้  

 

การห่อยาหรือแพ็คกิ้งในสมัยนั้นก็ใช้เพียงกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษเขียนหนังสือที่ไม่ใช้แล้วมาตัด  บรรจุ 10 เม็ดบ้าง 12 เม็ดบ้าง  ยาก็รับประทานครั้งละ 2-4 เม็ด   ซึ่งจะมีคนแวะเวียนมาขอซื้ออยู่เสมอ   แต่ยาส่วนใหญ่จะเก็บไว้ในขวดสีชา   ถ้าที่ห่อไว้หมดจึงจะนำมาห่อไว้เผื่อมีคนมาขอซื้อต่อไป   แพ็คกิ้งแบบนี้ในสมัยปัจจุบันคงถูกว่าจะถูกสารตะกั่วจากหมึกพิมพ์หรือเชื้อโรคต่างๆ ที่ติดมากับกระดาษเหล่านั้น  ถือว่าไม่ได้คุณภาพ   แต่ในสมัยก่อนที่เป็นเด็กเราก็ผ่านกันมาอย่างนี้

 

ความรู้เกี่ยวกับยาเรายังได้พบเห็นจากหมอพื้นบ้านอีกท่านหนึ่ง   ท่านมีชื่อว่า “หมอเส็ง”  คำบอกเล่าว่าท่านเป็นหมอตำราพม่าบ้านอยู่ในซอยไปทางตลาดสมเพ็ชร    สมัยนั้นหมอเส็งมีจักรยานคันหนึ่ง ที่ท้ายจะมีตะกร้าใส่ยาผงต่างๆ  ตอนบ่ายๆ ถึงเย็นจะออกตระเวนไปตามบ้านต่างๆ   รวมทั้งย่าหมูเมื่อสูงอายุแล้วก็เป็นคนไข้ของหมอเส็งด้วย    ตอนเย็นหมอเส็งจะปั่นจักรยานมาที่บ้านของย่าหมู แล้วนั่งสนทนากันก่อนส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องธรรมะก่อนทำการตรวจแล้วลงมาที่รถจักรยาน   นำยาผงต่างๆ มาปรุงผสมเข้าด้วยกันที่หลังรถจักรยาน    แล้วบรรจุลงในถุงสีน้ำตาลเล็กๆ  พร้อมกับสั่งว่าขนานไหนให้กินเวลาไหน ในปริมาณเท่าไร  บางตำรับก็ต้องชงกับเหล้าขาว   ซึ่งกลิ่นของเหล้าขาวผสมกับยาก็นับเป็นของแสลงสำหรับพวกเด็กๆ ที่ต้องทำหน้าเบ้เมื่อเจอกับกลิ่นนี้อยู่เสมอๆ

 

(บ้านมังคละซึ่งเป็นที่ตั้งของคลินิกมังคละโอสถในปัจจุบัน)

 

บางครั้งเราก็ต้องไปกับย่าไปบ้านของหมอเส็งที่ใกล้กับสี่แยกสมเพ็ชร   ที่นั่นจะมีกลิ่นของยาหอมฟุ้งไปหมด (แรงยิ่งกว่าในร้านมังคละโอสถปัจจุบัน)    หมอเส็งจะบดยาทั้งหมดเป็นผงบรรจุขวดโหลไว้   ถ้าไปที่นั่นก็จะได้ยาครบ  เพราะหลังรถจักรยานแกนำยาติดตัวมาได้ไม่มาก    ในการประชุมแพทย์พื้นบ้านอาเซียนโดยคณะแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมื่อไม่นานมานี้   ตัวแทนจากอินโดนีเซียได้แนะนำแพทย์พื้นบ้านของอินโดนีเซีย    ซึ่งวิธีการละม้ายคล้ายคลึงกับของหมอเส็งมากเลยทีเดียว      น่าเสียดายที่ความรู้ของหมอเส็งไม่ได้ถ่ายทอดให้ใครไว้    การรักษาของหมอตำราพม่าในเชียงใหม่จึงสาบสูญไป

 

 

 

 

 

 

Mungkala in Japanese

Mungkala TCM Clinic   

ムンカラTCM(トラディショナル・チャイニーズ・メディスン)クリニックはタイの古都チェンマイに位置し、緑に溢れたクリーンな環境と、のどかなハーブガーデンに囲まれたロケーションにあります。

取り扱い内容はタイと中国での政府認定を受けたプラクティショナーによる、その時の貴方個人の症状や改善したい内容に応じて中国漢方、鍼、灸によるトリートメントを行っております。

 

Read more: Mungkala in Japanese

Subcategories